เคยทานแล้วชอบคะอยากทำเองบ้าง
ชอบแกงอ่อมใส่ผักชีลาวด้วย หอมดี
ขอบคุณจริงๆนะคะ <br> <br> แหม...ก๊อปส่งอาจารย์สบาย <br> <br> คริๆ
น้ำปลาร้าหอมมีขายที่ไหนครับ
พดเเด้เ
<br> ข้าวเบือสิครับไม่ยากเท่าข้าวคั่ว แค่เอาข้าวสารเหนียวแช่น้ำ 1 กำมือทิ้งไว้ 20 นาที ก็โขลกได้แล้ว หรือ จะแบ่งเอาจากข้าวหม่า(ข้าวเหนียวแช่ ก่อนนึ่ง) ก็ได้ครับ คนอีสานเวลาจะทำแกงอ่อม จะบอกคนนึ่งข้าว (ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนทำแกง) ให้จ่ง(เหลือ) ข้าวหม่าไว้ทำข้าวบือด้วยเด้อ นี่เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าลืม ต้องเสียเวลาแช่ใหม่และไม่ดีเท่าแช่ค้างคืนหรือหลายชั่วโมง ข้าวเบือนี้จะไม่มีกลิ่น แต่ได้แป้งที่ไม่เหมือนแป้งโม่ จากโรงงาน เมื่อละลายน้ำเล็กน้อย เทลงในแกง น้ำแกงจะข้นขึ้น มีแกงอีสานหลายอย่างที่ใส่ข้าวเบือ เช่นแกงยอดหวาย แกงหน่อไม้สด แกงหน่อไม้เปรี้ยว แกงขนุนอ่อนนิยมใส่อ่อมมากกว่า น้ำน้อยและข้น เวลาจ้ำ(กริยา จิ้มหนักๆ) ข้าวจะไม่จาน(แยกออก) สามารถอุ้มเอาน้ำแกงเข้าปากได้ไม่ตกหล่น และนัว กว่าไม่ใส่ข้าวเบือ <br> <br> ส่วนข้าวคั่ว คือเอาข้าวสารเหนียว คั่วในภาชนะด้วยไฟอ่อน ให้สุกเกรียม แต่อย่าไหม้ จากนั้นนำมาบด จะมีกลิ่นหอม นิยมใส่ลาบสุก ลาบดิบ หรืออ่อมของคาวจัด เช่น อ่อมปลาไหล อ่อมแลน เวลาข้าวคั่วอิ่มน้ำแกง จะเป็นวุ้นเหนียวกว่าข้าวเบือ จึงนิยมใส่อาหารที่มีน้ำน้อย แต่ถ้าใส่ลาบคั่วสุก ต้องคอยให้เนื้อลาบเย็นลงบ้างค่อยใส่ข้าวคั่ว ไม่เช่นนั้นจะเป็นเมือกเหนียว เหมือนเอาลาบค้างคืนมาคั่วอุ่นตอนเช้า เสียความรู้สึก <br> <br> เรื่องปลาร้าผมอาจจะลืม นั่นโพสมาเมื่อกลางปีที่แล้ว ใส่ตอนคั่วเนื้อสัตว์ พร้อมกับน้ำปลา แต่น้ำแกงต้องเดือดก่อน ไม่เช่นนั้นจะคาว ขอบคุณที่ทักท้วงมา <br>
ปลาร้าใส่ตอนใหนไม่เห็นบอก ถามต่ออีกนิดถ้าข้าวเบื่อไม่มีเปลี่ยนเป็นข้าวคั่วได้บ่อ คนอิสานใต้ชอบข้าวคั่ว และข้าวคั่วหาง่ายกว่า
คุณขาโจ๋ ก็ลดสัดส่วนลง 1/2 ซิคะ หรือยังกลัวทานไม่หมดอีก ก็เหลือ 1/3 เลยค่ะ
จะลองทำดู แต่ที่บ้านผมอยู่กันแค่ 2 คน ดูอุปกรณ์ที่ใช้เยอะมาก ข่าอ่อนตั้ง 12 ต้นกลัวทานาไม่หมด
บ้านกานต์ใกล้ตลาดคะหาซื้อผักที่คุณอีสานเหนือบอกมาได้หมดเลย ขอบคุณมากนะคะ
ขอบคุณมากนะคะทั้งคุณอีสานเหนือ และคุณchockajap ขอบคุณมากคะ
<br> อ่อม เป็นอาหารรูปแบบหนึ่งของอาหารอีสาน มีลักษณะ น้ำ น้อยกว่าเนื้อ รสชาติออกเค็มและเค็มมากกว่าแกง จะมีหวานบ้าง ตามรสของผักที่เป็นส่วนประกอบ วันนี้ผมจะให้ อ่อมหมูที่ทำง่ายๆ ให้คุณกานต์ ลองทำดู แต่ไม่ทราบว่าคุณมีน้ำปลาร้ากับผักอีตู่(แมงลัก) หรือยัง <br> <br> อ่อมหมูอีสาน (อ่มหมูใส่ยอดข่าอ่อน) <br> <br> ส่วนประกอบ <br> <br> หมูแดงมีมันปนบ้าง สับหรือบดหยาบ 300 กรัม <br> หน่อข่าอ่อน ตัดท่อน 1 1/2 นิ้ว 10 ยอด <br> หัวข่า ฝานแว่น 4 แว่น <br> ตะไคร้ ตัดท่อน 1 ต้น <br> หอมหัวแดง 3 หัว <br> มะเขือเปราะ ผ่าสี่ 15 ผล <br> ต้นหอมสด ตัดท่อน 2 ต้น <br> พริกสด 8 เม็ด หรือ พริกแห้งคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ <br> น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ <br> น้ำปลาดี <br> ใบเมงลัก 4 ยอด <br> <br> วิธีปรุง <br> <br> โขลกหัวหอม พริกสด(ถ้าเป็นพริกคั่วตักใส่เลย) ให้ละเอียด เอาน้ำใส่หม้อประมาณ1 ถ้วยตวง ตักพริกลงละลาย ยกตั้งไฟใส่ตะไคร้ ข่าแว่น น้ำปลาร้า เดือดแล้วตามด้วยหมูสับ คนให้กระจายใส่น้ำปลา ตามด้วยมะเขือ น้ำน้อยไปเพิ่มได้ มะเขือสุก ใส่หน่อข่าอ่อนที่เป็นท่อนๆ ชิมรส เค็มเผ็ด ใส่ใบหอมหั่น ตามด้วยใบแมงลัก คนกลับ เสร็จแล้วครับ <br> <br> เทคนิค: ผักสุกยากเมื่ออ่อมควรใส่ก่อนผักสุกง่าย รอจนสุกค่อยใส่ผักสุกง่ายตาม ผักเครื่องหอมใส่หลังสุด พลิกใว้ข้างล่าง ปิดไฟยกลง ผักที่ใช้แทนหน่อข่ามีได้หลายอย่าง เช่น ผักกาดกวางตุ้ง ผักกาดขาว กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ข้าวโพดอ่อนถั่วฝักยาว ห้ามใส่มะเขือเทศนะครับ จะทานกับข้าวเหนียว หรือข้าวสวยก็ได้ มีผักเคียงแก้เผ็ดเช่นแตงกวา ถั่วพู ฯ ขอให้อร่อยนะครับ ไว้ให้ผมมีเวลาพอผมจะรวบรวม ออ่มอีสานที่เคยโพสมาแล้ว บางท่านอาจจะหาไม่เจอ แม้จะเป็นการฉายหนังซ้ำ แต่ก็คงได้ประโยชน์อยู่นะครับ <br> <br> <br> <img src="pic/b6.gif"> <img src="pic/b6.gif"> <img src="pic/b6.gif">
จากกระทู้ # 1358 ของคุณอีสานเหนือ <br> ก๊อปปี้ มาให้อ่าน <br> ทั้งแซบและแสบ ลองดูนะครับง่ายๆ <br> <br> ส่วนประกอบ <br> - กระดูกซิ่โครงหมูอ่อน (หรือธรรมดา) 1 /2 ก.ก. สับท่อน 1 ข้อมือ <br> - ใบชะพลู (ผักอีเลิด) ประมาณ 30 ใบ กำแล้วหั่นขวาง 1 ซม. <br> - ต้นหอมสด 4 ต้น กำแล้วหั่นขวาง 1 นิ้ว <br> - ตะไคร้ 2 ต้น หัก เป็นท่อน <br> - ใบแมงลัก 5 - 6 ยอด <br> - พริกสด 12 เม็ด หอมหัวแดง 4 หัว เกลือ 1 /2ช้อนโต๊ะ โขลก <br> ละเอียดรวมกัน <br> - น้ำปลาร้าหอม 2 ช้อนโต๊ะ (น้อยๆก็ได้) น้ำปลาดี <br> - ข้าวเบือ (ข้าวสารเหนียวแช่จนหน่ายแล้วโขลกละเอียดเขละๆ) <br> 2 ช้อนโต๊ะ (ข้าวสารเหนียว ประมาณ 1 1/2 ช้อนโต๊ะแช่น้ำ) <br> - น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย <br> <br> วิธีทำ <br> - น้ำ 1 ถ้วย ใส่หม้อตั้งไฟจนเดือด พริกที่โขลกไว้ลง (ผมชอบล้างลวกครกและสากด้วยน้ำจะทำแกง แล้วเทคืนหม้อ ภูมิปัญญา ฆ่าเชื้อราครกและสากไปในตัว แม่ผมสอน) ใส่กรดูกหมูลง น้ำปลาตามนิดหน่อย จนหมูสุก ค่อยเพิ่มน้ำอีกนิด เคี่ยวต่อสักพัก ค่อยใส่ใบชะพลู ต้นหอมหั่น เอาข้าวเบือ ใส่ถ้วยใส่น้ำนิดหน่อยเพื่อละลายแป้งข้าวเบือ ค่อยๆใส่ทีละนิดขณะอ่อมเดือดอยู่ แล้วคนไป สังเกตุดูว่าน้ำจะข้นขึ้นจนเป็นที่พอใจ ใส่น้ำปลา ชิมรส ออกเค็ม ใส่ใบแมงลัก คนอีกทีแล้วดับไฟ เสร็จแล้วครับ ตักใส่ชาม จะมองเห็นผักเขียวมรกต กระดูกหมูอ่อนขาว น้ำแกงอ่อมข้น ข้าวเหนียวร้อนๆ มาสักกระติบ รับรองแสบและแซบครับ <br> ** เทคนิค ถ้าตุ๋นกระดูกหมูด้วยหม้อความดัน 20 นาที กระดูกหมูจะยุ่ย ส่วนอ่อนจะนิ่ม น้ำซุปจะออกมาหวาน และใช้เวลาสั้นในการเคียวกระดูก ** <br> ขอให้ทุกท่านแซบ แล่วคึดฮอดผมแน่เด้อ สบายดี <br>
View all
ความคิดเห็น
ชอบแกงอ่อมใส่ผักชีลาวด้วย หอมดี
ขอบคุณจริงๆนะคะ <br>
<br>
แหม...ก๊อปส่งอาจารย์สบาย <br>
<br>
คริๆ
น้ำปลาร้าหอมมีขายที่ไหนครับ
พดเเด้เ
<br>
ข้าวเบือสิครับไม่ยากเท่าข้าวคั่ว แค่เอาข้าวสารเหนียวแช่น้ำ 1 กำมือทิ้งไว้ 20 นาที ก็โขลกได้แล้ว หรือ จะแบ่งเอาจากข้าวหม่า(ข้าวเหนียวแช่ ก่อนนึ่ง) ก็ได้ครับ คนอีสานเวลาจะทำแกงอ่อม จะบอกคนนึ่งข้าว (ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนทำแกง) ให้จ่ง(เหลือ) ข้าวหม่าไว้ทำข้าวบือด้วยเด้อ นี่เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าลืม ต้องเสียเวลาแช่ใหม่และไม่ดีเท่าแช่ค้างคืนหรือหลายชั่วโมง ข้าวเบือนี้จะไม่มีกลิ่น แต่ได้แป้งที่ไม่เหมือนแป้งโม่ จากโรงงาน เมื่อละลายน้ำเล็กน้อย เทลงในแกง น้ำแกงจะข้นขึ้น มีแกงอีสานหลายอย่างที่ใส่ข้าวเบือ เช่นแกงยอดหวาย แกงหน่อไม้สด แกงหน่อไม้เปรี้ยว แกงขนุนอ่อนนิยมใส่อ่อมมากกว่า น้ำน้อยและข้น เวลาจ้ำ(กริยา จิ้มหนักๆ) ข้าวจะไม่จาน(แยกออก) สามารถอุ้มเอาน้ำแกงเข้าปากได้ไม่ตกหล่น และนัว กว่าไม่ใส่ข้าวเบือ <br>
<br>
ส่วนข้าวคั่ว คือเอาข้าวสารเหนียว คั่วในภาชนะด้วยไฟอ่อน ให้สุกเกรียม แต่อย่าไหม้ จากนั้นนำมาบด จะมีกลิ่นหอม นิยมใส่ลาบสุก ลาบดิบ หรืออ่อมของคาวจัด เช่น อ่อมปลาไหล อ่อมแลน เวลาข้าวคั่วอิ่มน้ำแกง จะเป็นวุ้นเหนียวกว่าข้าวเบือ จึงนิยมใส่อาหารที่มีน้ำน้อย แต่ถ้าใส่ลาบคั่วสุก ต้องคอยให้เนื้อลาบเย็นลงบ้างค่อยใส่ข้าวคั่ว ไม่เช่นนั้นจะเป็นเมือกเหนียว เหมือนเอาลาบค้างคืนมาคั่วอุ่นตอนเช้า เสียความรู้สึก <br>
<br>
เรื่องปลาร้าผมอาจจะลืม นั่นโพสมาเมื่อกลางปีที่แล้ว ใส่ตอนคั่วเนื้อสัตว์ พร้อมกับน้ำปลา แต่น้ำแกงต้องเดือดก่อน ไม่เช่นนั้นจะคาว ขอบคุณที่ทักท้วงมา <br>
ปลาร้าใส่ตอนใหนไม่เห็นบอก ถามต่ออีกนิดถ้าข้าวเบื่อไม่มีเปลี่ยนเป็นข้าวคั่วได้บ่อ คนอิสานใต้ชอบข้าวคั่ว และข้าวคั่วหาง่ายกว่า
คุณขาโจ๋ ก็ลดสัดส่วนลง 1/2 ซิคะ หรือยังกลัวทานไม่หมดอีก ก็เหลือ 1/3 เลยค่ะ
จะลองทำดู แต่ที่บ้านผมอยู่กันแค่ 2 คน ดูอุปกรณ์ที่ใช้เยอะมาก ข่าอ่อนตั้ง 12 ต้นกลัวทานาไม่หมด
บ้านกานต์ใกล้ตลาดคะหาซื้อผักที่คุณอีสานเหนือบอกมาได้หมดเลย ขอบคุณมากนะคะ
ขอบคุณมากนะคะทั้งคุณอีสานเหนือ และคุณchockajap ขอบคุณมากคะ
<br>
อ่อม เป็นอาหารรูปแบบหนึ่งของอาหารอีสาน มีลักษณะ น้ำ น้อยกว่าเนื้อ รสชาติออกเค็มและเค็มมากกว่าแกง จะมีหวานบ้าง ตามรสของผักที่เป็นส่วนประกอบ วันนี้ผมจะให้ อ่อมหมูที่ทำง่ายๆ ให้คุณกานต์ ลองทำดู แต่ไม่ทราบว่าคุณมีน้ำปลาร้ากับผักอีตู่(แมงลัก) หรือยัง <br>
<br>
อ่อมหมูอีสาน (อ่มหมูใส่ยอดข่าอ่อน) <br>
<br>
ส่วนประกอบ <br>
<br>
หมูแดงมีมันปนบ้าง สับหรือบดหยาบ 300 กรัม <br>
หน่อข่าอ่อน ตัดท่อน 1 1/2 นิ้ว 10 ยอด <br>
หัวข่า ฝานแว่น 4 แว่น <br>
ตะไคร้ ตัดท่อน 1 ต้น <br>
หอมหัวแดง 3 หัว <br>
มะเขือเปราะ ผ่าสี่ 15 ผล <br>
ต้นหอมสด ตัดท่อน 2 ต้น <br>
พริกสด 8 เม็ด หรือ พริกแห้งคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ <br>
น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ <br>
น้ำปลาดี <br>
ใบเมงลัก 4 ยอด <br>
<br>
วิธีปรุง <br>
<br>
โขลกหัวหอม พริกสด(ถ้าเป็นพริกคั่วตักใส่เลย) ให้ละเอียด เอาน้ำใส่หม้อประมาณ1 ถ้วยตวง ตักพริกลงละลาย ยกตั้งไฟใส่ตะไคร้ ข่าแว่น น้ำปลาร้า เดือดแล้วตามด้วยหมูสับ คนให้กระจายใส่น้ำปลา ตามด้วยมะเขือ น้ำน้อยไปเพิ่มได้ มะเขือสุก ใส่หน่อข่าอ่อนที่เป็นท่อนๆ ชิมรส เค็มเผ็ด ใส่ใบหอมหั่น ตามด้วยใบแมงลัก คนกลับ เสร็จแล้วครับ <br>
<br>
เทคนิค: ผักสุกยากเมื่ออ่อมควรใส่ก่อนผักสุกง่าย รอจนสุกค่อยใส่ผักสุกง่ายตาม ผักเครื่องหอมใส่หลังสุด พลิกใว้ข้างล่าง ปิดไฟยกลง ผักที่ใช้แทนหน่อข่ามีได้หลายอย่าง เช่น ผักกาดกวางตุ้ง ผักกาดขาว กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ข้าวโพดอ่อนถั่วฝักยาว ห้ามใส่มะเขือเทศนะครับ จะทานกับข้าวเหนียว หรือข้าวสวยก็ได้ มีผักเคียงแก้เผ็ดเช่นแตงกวา ถั่วพู ฯ ขอให้อร่อยนะครับ ไว้ให้ผมมีเวลาพอผมจะรวบรวม ออ่มอีสานที่เคยโพสมาแล้ว บางท่านอาจจะหาไม่เจอ แม้จะเป็นการฉายหนังซ้ำ แต่ก็คงได้ประโยชน์อยู่นะครับ <br>
<br>
<br>
<img src="pic/b6.gif"> <img src="pic/b6.gif"> <img src="pic/b6.gif">
จากกระทู้ # 1358 ของคุณอีสานเหนือ <br>
ก๊อปปี้ มาให้อ่าน <br>
ทั้งแซบและแสบ ลองดูนะครับง่ายๆ <br>
<br>
ส่วนประกอบ <br>
- กระดูกซิ่โครงหมูอ่อน (หรือธรรมดา) 1 /2 ก.ก. สับท่อน 1 ข้อมือ <br>
- ใบชะพลู (ผักอีเลิด) ประมาณ 30 ใบ กำแล้วหั่นขวาง 1 ซม. <br>
- ต้นหอมสด 4 ต้น กำแล้วหั่นขวาง 1 นิ้ว <br>
- ตะไคร้ 2 ต้น หัก เป็นท่อน <br>
- ใบแมงลัก 5 - 6 ยอด <br>
- พริกสด 12 เม็ด หอมหัวแดง 4 หัว เกลือ 1 /2ช้อนโต๊ะ โขลก <br>
ละเอียดรวมกัน <br>
- น้ำปลาร้าหอม 2 ช้อนโต๊ะ (น้อยๆก็ได้) น้ำปลาดี <br>
- ข้าวเบือ (ข้าวสารเหนียวแช่จนหน่ายแล้วโขลกละเอียดเขละๆ) <br>
2 ช้อนโต๊ะ (ข้าวสารเหนียว ประมาณ 1 1/2 ช้อนโต๊ะแช่น้ำ) <br>
- น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย <br>
<br>
วิธีทำ <br>
- น้ำ 1 ถ้วย ใส่หม้อตั้งไฟจนเดือด พริกที่โขลกไว้ลง (ผมชอบล้างลวกครกและสากด้วยน้ำจะทำแกง แล้วเทคืนหม้อ ภูมิปัญญา ฆ่าเชื้อราครกและสากไปในตัว แม่ผมสอน) ใส่กรดูกหมูลง น้ำปลาตามนิดหน่อย จนหมูสุก ค่อยเพิ่มน้ำอีกนิด เคี่ยวต่อสักพัก ค่อยใส่ใบชะพลู ต้นหอมหั่น เอาข้าวเบือ ใส่ถ้วยใส่น้ำนิดหน่อยเพื่อละลายแป้งข้าวเบือ ค่อยๆใส่ทีละนิดขณะอ่อมเดือดอยู่ แล้วคนไป สังเกตุดูว่าน้ำจะข้นขึ้นจนเป็นที่พอใจ ใส่น้ำปลา ชิมรส ออกเค็ม ใส่ใบแมงลัก คนอีกทีแล้วดับไฟ เสร็จแล้วครับ ตักใส่ชาม จะมองเห็นผักเขียวมรกต กระดูกหมูอ่อนขาว น้ำแกงอ่อมข้น ข้าวเหนียวร้อนๆ มาสักกระติบ รับรองแสบและแซบครับ <br>
** เทคนิค ถ้าตุ๋นกระดูกหมูด้วยหม้อความดัน 20 นาที กระดูกหมูจะยุ่ย ส่วนอ่อนจะนิ่ม น้ำซุปจะออกมาหวาน และใช้เวลาสั้นในการเคียวกระดูก ** <br>
ขอให้ทุกท่านแซบ แล่วคึดฮอดผมแน่เด้อ สบายดี <br>