Webboard

หัวข้อ: อยากรู้ชื่ออาหารของภาคกลาง

โพสต์โดย: อยากร้ชื่ออาหารภาคกล 19 May 2007

หนูอยากรู้ชื่ออาหารของภาคกลางค๋ะ คุณครูสั่งให้ทำค่ะ

ความคิดเห็น

เเนน

ภาคกลางเป็นพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณ์ราบลุ่ม มีการเเต่งกายเป็นเอกลัษณ์ มีประวัติมความเป็นมายาวนานหลายชั่วอายุคน เเละมีอาชีพเป็นชาวประมงอีกด้วย

Post on: 15 Jan 2009, 12:22
chockajup

อาหารภาคกลางที่จัดเป็นชุดและนิยมรับประทานกัน เช่น <br>
<br>
ข้าวแช่ คือการนำข้าวสวยแช่ในน้ำลอยดอกไม้ใส่น้ำแข็ง รับประทานร่วมกับกะปิทอด หอมสอดไส้ พริกหยวกสอดไส้ ปลาแห้งทอด ไข่เค็มทอด <br>
และรับประทานกับผัก แตงกวา มะม่วงดิบ กระชาย ต้นหอม ผักชี พริกแดง <br>
<br>
ข้าวมันส้มตำ จะมีข้าวมัน ส้มตำ เนื้อเค็มฉีกฝอย แกงเผ็ด <br>
<br>
ข้าวคลุกกะปิ จะมีกุ้งแห้งทอดกรอบ หมูหวาน ไข่เจียวหั่นเป็นเส้น หอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย ผักชี แตงกวา โรยบนข้าว <br>
<br>
ข้าวเหนียว ทานคู่กับไก่ย่าง ส้มตำ <br>
<br>
ขนมจีนซาวน้ำ จะมีขนมจีน สับปะรดสับละเอียด กระเทียมหั่นบาง ขิงสดหั่นฝอย กุ้งแห้งป่น กะทิข้น น้ำตาลทราย น้ำปลา มะนาว <br>
<br>
ขนมจีนน้ำพริก จะมีเส้นขนมจีน น้ำพริก ใบเล็บครุฑชุบแป้งทอด มะละกอดิบซอยฝอย ๆ ผักบุ้งไทยต้มหั่นฝอย หัวปลีหั่นบาง ผักกระเฉดตัดท่อนสั้น <br>
พริกขี้หนูแห้งทอด <br>
<br>
<br>
<br>
อาหารภาคกลาง เป็นอาหารที่มีการใช้กะทิ และเครื่องแกงต่าง ๆ มากที่สุด โดยการนำมาทำแกงต่าง ๆ และยังรับประทานแซมกับอาหาร <br>
อื่น ๆด้วยเช่น แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด แกงกะหรี่ แกงมัสมั่น แกงคั่ว พะแนง ฯลฯ หรือที่ไม่ใช้กะทิแต่ใช้เครื่องแกง แกงส้ม แกงป่า ฯลฯ อาหารเหล่านี้ <br>
จะมีเครื่องกินแนมด้วย โดยเลือกรสชาติที่เข้ากันได้ รับประทานร่วมกันแล้วทำให้อาหารอร่อย เครื่องแนมที่นิยมรับประทานกับแกงต่าง ๆ ก็มี <br>
<br>
ปลาเค็ม คือการนำปลามาหมักกับเกลือ แล้วตากแดดให้แห้ง หรือนำมาหมักกับน้ำปลาสัก 30 นาที ตากแดด 1 วัน เรียกว่า ปลาแดดเดียว <br>
<br>
เนื้อเค็ม –หมูเค็ม คือการนำเนื้อหรือหมูมาแล่เป็นชิ้นใหญ่แล้วหมักกับเกลือ น้ำตาล น้ำปลา ตากแดดให้แห้ง <br>
<br>
ปลาสลิดเค็ม การหมักปลาสลิดกับเกลือ หมักทิ้งไว้ 1 คืน ล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งแดดให้แห้ง <br>
<br>
ไข่เค็ม คือการนำไข่เป็ดมาดองกับน้ำเกลือที่ต้มแล้ว นานประมาณ 15 วัน ไข่เค็มสามารถนำมาเคียงได้ทั้ง ต้ม นึ่ง และทอด <br>
<br>
ผักดองสามรส คือการดองผักประเภท กะหล่ำปลี มะละกอ แตงกวา แครอท โดยการดองกับน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ <br>
<br>
ขิงดอง คือการนำขิงอ่อนมาแช่กับน้ำเกลือประมาณ 1 ชั่วโมง บีบน้ำออกให้หมด แล้วดองกับน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ <br>
<br>
หอมแดงดอง คือการนำหอมแดงมาแช่ในน้ำเกลือประมาณ 6 ชั่วโมง แล้วผึ่งแดดให้เหี่ยว นำไปดองกับน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ <br>
<br>
หัวไชเท้าดองสามรส คือการนำหัวไชเท้าหมักกับเกลือ 1 คืน ล้างให้สะอาด ผึ่งแดดอีก 1 วัน นำไปดองกับ น้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
แม้แต่อาหารประเภทน้ำพริกเครื่องจิ้ม ก็จะมีเครื่องเคียงที่จะต้องกินแนมหลายอย่าง เครื่องจิ้มที่นิยมรับประทานกัน คือ หลนเต้าเจี้ยว <br>
หลนปูเค็ม หลนเต้าหู้ยี้ หลนปลาเจ่า หลนปลาร้า ปลาร้าทรงเครื่อง หลนกะปิ ฯลฯ อาหารประเภทนี้จะรับประทานกับผักสด หรือแนมด้วยปลาดุกฟู <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
ผักที่นิยมรับประทานจะเป็นผักทั่ว ๆ ไป เช่น <br>
<br>
ผักกระเฉดน้ำ ลักษณะเป็นไม้เลื้อย เกิดในน้ำ มีนมหุ้มลำต้น เวลาจะรับประทานต้องลอกนมออกก่อน แล้วเด็ดเอาแต่ยอดอ่อน <br>
<br>
ผักตับเต่า ใบจะกลมมน เกิดในน้ำ ใช้จิ้มน้ำพริก <br>
<br>
ดอกแค มีสีขาว เมื่อจะนำมารับประทาน ให้ดึงเกสรสีเหลืองตรงกลางออกก่อนจึงนำไปแกง ลวกจิ้มน้ำพริก หรือสอดไส้ทอด <br>
<br>
แตงกวา จะลูกเล็กกว่าแตงร้าน ใช้จิ้มน้ำพริก และทำอาหารได้หลายอย่าง <br>
<br>
มะเขือยาว เป็นผลยาว สีเขียว ใช้ยำ ผัด และทำอาหารอื่น ๆ <br>
<br>
มะเขือม่วง ลักษณะลูกจะเล็กกว่ามะเขือยาว สั้น มีสีม่วง ใช้จิ้มน้ำพริก <br>
<br>
ถั่วพู ใช้จิ้มน้ำพริก ยำ <br>
<br>
ชะอม คล้ายหางนกยูงแต่เล็กกว่า ตามกิ่งจะมีหนาม กลิ่นฉุน ใช้ทอดกับไข่ ใส่แกง <br>
<br>
ถั่วฝักยาว เป็นฝักเล็กยาว ใช้จิ้มน้ำพริก และทำอาหารได้หลายอย่าง <br>
<br>
ถั่วพู ใช้จิ้มน้ำพริก ยำ <br>
<br>
บวบ ลักษณะเป็นผลยาว มีเหลี่ยม ใช้จิ้มน้ำพริก และนำไปทำอาหารอื่น ๆ <br>
<br>
ฟักทอง ลักษณะเป็นผลกลมแป้น เนื้อสีเหลือง ใช้ต้มจิ้มน้ำพริก ทำอาหารคาว หวานได้ <br>
<br>
ฟัก เป็นผลกลมรี สีเขียว เนื้อขาว ใช้ทำอาหารประเภทแกง <br>
<br>
ใบเล็บครุฑ คล้ายใบเฟิร์น ใช้ชุบแป้งทอดรับประทานกับขนมจีนน้ำพริก <br>
<br>
ใบทองหลาง ใบเรียว ใช้รับประทานกับเมี่ยงคำ ข้าวมันส้มตำ เมี่ยงต่าง ๆ <br>
<br>
ใบบัวบก ใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริก รับประทานกับผัดไทย ทำยำและน้ำบัวบก <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>

Post on: 19 May 2007, 10:54
chockajup

ภาคกลาง....เป็นภาคที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำลำธารหลายสายไหลผ่าน ข้าวปลาอาหาร <br>
จึงอุดมสมบูรณ์เกือบตลอดปี รวมทั้งมีพืช ผัก ผลไม้ นานาชนิด นอกจากนี้ภาคกลางยังเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงมานับหลาย <br>
ร้อยปี ตั้งแต่สมัยอยุธยา เรื่อยมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน จึงเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอด <br>
ต่อ ๆ กันมา ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้าขาย และติดต่อกับต่างประเทศ มีแขกบ้านแขกเมือง ไปมาหาสู่อยู่ตลอดเวลา <br>
และที่สำคัญที่สุดเป็นที่ประทับของในหลวงในรัชกาลต่าง ๆ มีเจ้านายหลายพระองค์รวมทั้งแวดลงชาววัง ซึ่งต่างก็มีส่วนสำคัญ <br>
ในการสร้างสรรค์อาหารที่เป็นแบบฉบับของคนภาคกลาง <br>
ลักษณะอาหารภาคกลางมีที่มาต่าง ๆ กัน ดังนี้ <br>
1. ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ เช่น เครื่องแกง แกงกะทิ จะมาจากชาวฮินดู การผัดโดยใช้กระทะและน้ำมันมาจากประเทศจีนหรือขนมเบื้องไทย <br>
ดัดแปลงมาจาก ขนมเบื้องญวน ขนมหวานประเภททองหยิบ ทองหยอดรับอิทธิพลจากประเทศทางตะวันตก เป็นต้น <br>
2. เป็นอาหารที่มักมีการประดิษฐ์ ทั้งนี้เพราะบรรดาคุณท่านท้าวเธอที่อยู่ในรั้วในวังมีเวลาว่างมากมาย จึงใช้เวลาในการคิดสร้างสรรค์อาหารให้เลิศรส <br>
วิจิตรบรรจง เช่น ขนมช่อม่วง จ่ามงกุฎ หรุ่ม ลูกชุบ กระเช้าสีดา ทองหยิบ หรืออาหารประเภทข้าวแช่ ผัก ผลไม้แกะสลัก <br>
3. เป็นอาหารที่มักจะมีเครื่องเคียง ของแนม เช่น น้ำพริกลงเรือ ต้องแนมด้วยหมูหวาน แกงกะทิก็มักจะแนมด้วยปลาเค็ม สะเดา น้ำปลาหวานก็ต้องคู่ <br>
กับกุ้งนึ่งหรือปลาดุกย่าง ปลาสลิดทอดรับประทานกับน้ำพริกมะม่วง หรือแม้กระทั่งไข่เค็มที่มักจะรับประทานกับน้ำพริกลงเรือ น้ำพริกมะขามสด <br>
หรือน้ำพริกมะม่วง นอกจากนี้ยังมีของแนมอีกมากมายเช่นพวกผักดอง ขิงดอง หอมแดงดอง เป็นต้น <br>
4. เป็นภาคที่มีอาหารว่าง และขนมหวานมากมาย เช่น ข้าวเกรียบปากหม้อ กระทงทอง ค้างคาวเผือก ปั้นขลิบนึ่ง ไส้กรอกปลาแนม ข้าวตังหน้าตั้ง <br>
ขนมหวานหลากหลายที่ทำจากไข่ , แป้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้งข้าวเหนียว แป้งสาลี แป้งมัน หรือแป้งหลายชนิดรวมกัน เช่น ขนมชั้น ขนมสอดไส้ <br>
ขนมเปียกปูน ขนมกง ขนมมุก ขนมลืมกลืน ขนมเต่า เป็นต้น <br>
จากความหลากหลายของอาหารภาคกลางนี้เอง จึงทำให้รสชาติของอาหารภาคนี้ไม่เน้นไปทางรสใดรสหนึ่งโดยเฉพาะ <br>
คือมีรส เค็ม เผ็ด เปรี้ยว หวาน คลุกเคล้าไปตามชนิดต่าง ๆ ของอาหาร นอกจากนี้มักจะใช้เครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส เช่น <br>
พวกเครื่องเทศต่าง ๆ ใช้กะทิเป็นส่วนประกอบของอาหารมากชนิด <br>
<br>
<br>
ฉะนั้นอ่านข้อความนั้แล้ว ก็หาสูตรได้ใน เวบ โหระพาได้นะคะ <br>
โชคดีคะ

Post on: 19 May 2007, 10:39

เพิ่มความคิดเห็น

Review & Restaurant
Mooncake Festival 2025 ขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับ จากร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน
Mooncake Festival 2025 ขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับ จากร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน
Review: BAO BAO ติ่มซำระดับพรีเมี่ยม จากเซี่ยงไฮ้
Review: BAO BAO ติ่มซำระดับพรีเมี่ยม จากเซี่ยงไฮ้
อาหารไทยผงาดต่อ! “ไส้กรอกอีสาน” และ “ไส้อั่ว” ติดโผท็อป 5 สุดยอดไส้กรอกแห่งเอเชีย
อาหารไทยผงาดต่อ! “ไส้กรอกอีสาน” และ “ไส้อั่ว” ติดโผท็อป 5 สุดยอดไส้กรอกแห่งเอเชีย
Japanish เปิดประสบการณ์กินดื่มแบบพรีเมี่ยมบนรูฟท็อปลับใจกลางสุขุมวิท
Japanish เปิดประสบการณ์กินดื่มแบบพรีเมี่ยมบนรูฟท็อปลับใจกลางสุขุมวิท
Finch Bangkok เปิดประสบการณ์อาหารอินเดียสไตล์พรีเมี่ยม ผสานค่ำคืนที่ลงตัว ณ ใจกลางสุขุมวิท
Finch Bangkok เปิดประสบการณ์อาหารอินเดียสไตล์พรีเมี่ยม ผสานค่ำคืนที่ลงตัว ณ ใจกลางสุขุมวิท
ชวนไปกิน รวมร้านอร่อยเด็ดที่งาน IMPACT X เชลล์ชวนชิม 3
ชวนไปกิน รวมร้านอร่อยเด็ดที่งาน IMPACT X เชลล์ชวนชิม 3

Cooking Recipe

View all

Click Now
Populer Post
ไก่ทอด พร้อมน้ำจิ้มไก่
ไก่ทอด พร้อมน้ำจิ้มไก่
สาคูเปียกถั่วดำ
สาคูเปียกถั่วดำ
ผัก 37 ชนิดที่ไม่กินไม่ได้
ผัก 37 ชนิดที่ไม่กินไม่ได้
หลากวิธีห่อเกี๊ยวสำหรับนึ่งหรือทำเกี๊ยวน้ำ
หลากวิธีห่อเกี๊ยวสำหรับนึ่งหรือทำเกี๊ยวน้ำ
น้ำพริกปลาร้า
น้ำพริกปลาร้า
สูตร ไก่ต้มโค้ก
สูตร ไก่ต้มโค้ก