Javascript DHTML Drop Down Menu Powered by dhtml-menu-builder.com  


Home >> Food Tips>> ความรู้เรื่องการ "กินเจ"
ความรู้เรื่องการ "กินเจ"
October 15, 2006 52,515 View Rate :
"กินเจ" เป็นคำที่คุ้นหูกันมากสำหรับบรรดาสาธุชนผู้ใฝ่ใจในการปฏิบัติธรรมทั้งหลาย แต่สำหรับคนทั่วไปส่วนใหญ่ยังคงคิดกันไปว่า การกินเจเป็นเรื่องของคนที่เชื่อบาปเชื่อบุญมากกว่า จะเห็นว่าแท้จริงแล้วการกินเจเป็นเรื่องของเหตุและผลที่ถูกต้องดีงาม มีคำกล่าวว่า "คนเราจะยืนได้ ขาทั้งสองต้องแข็งแรงเสียก่อน" ความหมายก็คือ ก่อนที่เราจะลงมือปฏิบัติการงานใดๆ ก็ตาม จำเป็นต้องมีพื้นฐานที่มั่นคงเสียก่อน สิ่งสำคัญสองประการที่จะช่วยเหลือค้ำจุนให้เรามีรากฐานที่มั่นคง ได้แก่

          ประการที่ 1 คือ "ความรู้" เราต้องศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่จะปฏิบัติให้ดีเสียก่อน โดยอาศัยการได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน มามากพอสมควร 

          ประการที่ 2 คือ "สติปัญญา" เราต้องรู้จักใช้สติปัญญาเข้าไปพิจารณาความรู้เหล่านั้นอย่างรอบคอบ จนบังเกิดความเข้าใจกระจ่างชัดถึงเหตุและผล โดยถูกต้องถ่องแท้ หากจะลงมือปฏิบัติการใดๆ โดยขาดทั้งความรู้และสติปัญญาพิจารณา ก็ยากที่จะสำเร็จลุล่วงไปได้ เมื่อไม่ศึกษาก็ไม่รู้ รู้แล้วไม่พิจารณาก็ไม่เข้าใจ แต่ผู้ที่ศึกษาจนเข้าใจดีแล้ว ยังไม่ลงมือปฏิบัติก็ไร้ประโยชน์ โอสถทิพย์แม้จะวิเศษล้ำเลิศสักปานใด หากคนไม่ยอมกิน ผลดีนั้นก็ไม่มีทางจะเกิดขึ้นแก่เขาได้เลย การกินเจเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน ผู้ที่ได้ปฏิบัติแล้วเท่านั้นจึงจะประจักษ์แจ้งถึงคุณวิเศษ อันล้ำเลิศได้ด้วยตนเอง 

          บทความเรื่อง "การกินเจ" นี้ จึงมุ่งหวังให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาในอีกแง่มุมหนึ่งของการกินเจ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน และเรียนรู้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อไปภายหน้า ฉะนั้นขอให้ผู้ที่มีรากบุญกุศล อันสร้างสมมาแล้วในอดีต และตั้งใจจะปฏิบัติบำเพ็ญต่อไปในชาตินี้ควรศึกษา "การกินเจ" ให้เข้าใจกระจ่างแจ้ง เมื่อใดที่ศรัทธามั่นคงดีแล้ว จิตย่อมบังเกิดมีพลังแกร่งกล้า สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลาย บนเส้นทางของการบำเพ็ญธรรม และแล้วเมื่อนั้นเราก็จะสามารถบรรลุสู่เป้าหมายอันสูงสุดไปได้โดยไม่ยากเลย

ความหมายของคำว่า "เจ" 
คำว่า "เจ" ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่า "อุโบสถ" คำว่า "กินเจ" ตามความหมายที่แท้จริงคือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน ดังเช่นที่ชาวพุทธในประเทศไทยถือ "อุโบสถศีล" หรือ "รักษาศีล 8" จะไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีล ของชาวพุทธฝ่ายมหายานไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมเรียก "การไม่กินเนื้อสัตว์" ไปรวมกันคำว่า "กินเจ" ซึ่งเป็นการถือศีลไปด้วย ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า "กินเจ" ฉะนั้นความหมายก็คือ "คนกินเจ" มิใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่คนที่กินเจ ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาด งดงามทั้งกาย วาจา ใจ เป็นการถือศีลบำเพ็ญธรรมไปด้วยพร้อมกัน เช่นนี้แล้วจึงจะเรียกว่า "กินเจที่แท้จริง" ดังนั้น คำคล้องจองที่เราได้ยินอยู่เสมอ คือ "ถือศีลกินเจ" จึงนับว่ามีความหมายสมบูรณ์ครบถ้วนอยู่ในตัวเองแล้ว 

          ตามร้านขาย "อาหารเจ" เราจะพบเห็นตัวอักษร คำนี้อ่าน "ไจ" (เจ) แปลว่า "ไม่มีของคาว" เขียนด้วยสีแดงบนพื้นสีเหลืองเสมอ ในช่วงเทศกาลกินเจเดือน 9 จะเห็นตัวอักษรนี้เขียนบนธงสีเหลือง ปักอยู่ตามแผงขายอาหารเจมองเห็นเป็นที่สะดุดตาแก่คนทั่วไป ชาวจีนถือว่าสีแดงเป็นสีแห่งสิริมงคลแก่ชีวิต สีเหลืองเป็นสีของผู้ทรงศีล ดังนั้นผู้ตั้งใจถือศีลบำเพ็ญตนให้บริสุทธิ์ ตัวอักษรนี้ย่อมเป็นเครื่องหมายเตือนสติให้ระลึกไว้เสอมว่า "การกินเจงดเว้นเนื้อสัตว์ของคาวคือ การปฏิบัติธรรม รักษาศีลของความเป็นมนุษย์ เป็นการเจริญมหาเมตตากรุณาธรรมโดยแท้ อันจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และก่อให้เกิดสันติสุขแก่ทุกชีวิตบนโลก"

รู้และเข้าใจในการกินเจอย่างถูกต้อง

ตั้งแต่โบราณกาลนับเป็นพันๆ ปีจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบันไม่ว่าโลกจะผันแปรไปในทิศทางใดก็ตาม คนจำนวนหลายพันหลายหมื่นครอบครัวที่ดำรงชีวิตอยู่ ด้วยการรับประทานแต่อาหารเจสืบทอดจากบรรพบุรุษก็ยังมีอยู่ให้พบเห็นได้ในทุกวันนี้ 

"อาหารเจ" เป็นอาหารที่ปรุงขึ้นมาจากพืชผักธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีเนื้อสัตว์ปะปนและที่สำคัญต้องไม่ปรุงด้วยผักฉุนทั้ง 5 ได้แก่ 

  • กระเทียม 
  • หัวหอม 
  • หลักเกียว 
  • กุ้ยฉ่าย 
  • ใบยาสูบ 

          บรรพชนในแต่ละครัวเรือนของคนกินเจได้ถ่ายทอดหลักของการกินเจที่ถูกต้อง และศิลปะในการปรุงไว้ให้แก่ลูกหลานของตน สืบต่อเนื่องกันมาโดยไม่ขาดสาย คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าอาหารเจเป็นอาหารที่มีรสจืดชืดไม่อร่อย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะไม่มีโอกาสลิ้มรสอาหารเจที่แท้จริงก็เป็นได้ อาหารเจมีรสชาดอร่อยกลมกล่อมต่างไปจากอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเจไม่มีกลิ่นเหม็นคาวๆ ใดเลย อาหารเจบางอย่าง  คนทั่วไปที่รับประทานแต่อาหารเนื้อจะไม่มีโอกาสรู้จักหรือได้ลิ้มรสเลยในชีวิต เนื่องด้วยอาหารเหล่านั้นทำขึ้นรับประทานกันเฉพาะในบรรดากลุ่มคนที่กินเจเท่านั้น บางคนมักคิดเอาเองว่า หากรับประทานแต่อาหารเจจะทำให้เป็นโรคขาดอาหาร แต่ทางการแพทย์กลับยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นคนที่กินอาหารเนื้อหรือคนที่กินเจ ก็มีสิทธิ์เป็นโรคขาดอาหารได้เท่ากัน 

          สาเหตุสำคัญของโรคขาดอาหารในคนทั้ง 2 กลุ่ม ก็คือการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลัก บริโภคอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต แป้งและน้ำตาล โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ เป็นเหตุให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ไม่ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าโรคขาดอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกินเนื้อหรือกินเจ แต่ขึ้นอยู่กับนิสัยกินตามใจ เลือกกินแต่อาหารที่ตนชอบ โดยไม่คำนึงถึงคุณประโยชน์ที่จะได้จากการรับประทานอาหารนั้นๆ ในความเป็นจริงแล้ว คนที่กินเจอย่างถูกหลักจะรู้สึกว่าตนได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่า มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าคนที่บริโภคอาหารเนื้อเสียอีก

          ผู้ที่ทดลองรับประทานอาหารเจได้ระยะหนึ่งถึงกับกล่าวว่า "การรับประทานอาหารเจ ทำให้มีโอกาสได้กินพืชผักที่มีคุณประโยชน์มากมายหลายชนิด ซึ่งในระหว่างที่รับประทานอาหารเนื้อไม่เคยใส่ใจเลย" คนกินเจ รู้จักวิธีดัดแปลงแปรรูปธัญพืชในธรรมชาติให้ได้มาซึ่งโปรตีน เราจะพบเห็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากเมล็ดถั่วเหลืองมากมายหลายชนิด เช่น น้ำนมถั่วเหลือง (น้ำเต้าหู้) เต้าหู้ขาว เต้าหู้เหลือง เต้าเจี้ยว น้ำมันถั่วเหลือง ซี่อิ๊ว ฟองเต้าหู้ ฯลฯ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งโปรตีนอันอุดมและมีคุณค่าสูงยิ่ง ทุกวันนี้ไม่ว่าเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ นิยมบริโภคแต่เนื้อสัตว์กันมากจนละเลยอาหารผักซึ่งมีคุณประโยชน์สูงไปอย่างน่าเสียดาย หลายคนมีนิสัยเลือกรับประทานเฉพาะเนื้อสัตว์แล้วเขี่ยผักทิ้งไม่ยอมบริโภค นี้แหละเป็นสาเหตุสำคัญของโรคขาดสารอาหาร ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารครบตามที่ต้องการ จะพบว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ทานผักน้อยหรือไม่ทานเลยมักป่วยเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคขาดอาหาร ขาดวิตามิน โรคกระเพาะ โรคเกี่ยวกับลำไล้และทางเดินอาหาร สุขภาพไม่แข็งแรง เชื่องซึม ไม่เฉลียวฉลาด ขาดปฏิภาณไหวพริบ สติปัญญาต่ำ พัฒนาการทางร่างกายและจิตใจไม่สมบูรณ์

          ประจักษ์พยานสำคัญที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความล้ำค่าของอาหารเจก็คือ บรรดาครอบครัวของผู้ที่กินเจตั้งแต่บรรพบุรุษสืบต่อกันลงมาหลายชั่วคน ก็ยังคงมีให้เราพบเห็นอยู่จนทุกวันนี้ จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งต่อเนื่องกัน หลักเกณฑ์ที่ถูกต้องดีงามและทรงคุณค่า ก็ยังอยู่เป็นอมตะไม่เปลี่ยนแปลง ทุกๆ คน ทุกๆ ครอบครัวที่บริโภคแต่อาหารเจ ล้วนมีพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคร้ายแรงเบียดเบียน และสามารถปฏิบัติภาระกิจการงานได้เป็นอย่างดี แม้แต่ทารกที่เกิดจากมารดาซึ่งกินเจอย่างถูกหลัก ก็ไม่พบว่าขาดสารอาหารแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เด็กๆ ทุกคนล้วนมีร่างกายแข็งแรงสุขภาพอนามัยดีไม่เป็นโรคติดต่อใดๆ ได้ง่าย มีภูมิต้านทานสูง จิตใจเบิกบาน ร่าเริงสดใส เฉลียวฉลาด ปฏิภาณไหวพริบ สติปัญญาดี เพราะฉะนั้นคนเราถึงจะมีฐานะดี ร่ำรวยมหาศาล แต่หากไม่รู้จักรับประทานอาหารให้ถูกต้องครบถ้วน ก็เป็นโรคขาดสารอาหารได้พอๆ กับคนยากจนอดอยากที่ไม่มีจะกิน 

          ไม่ว่าท่านจะกินเนื้อหรือกินเจ หากกินไม่ถูกต้องก็มีสิทธิ์เป็นโรคขาดอาหารได้เท่ากัน พึงตะหนักไว้อยู่เสมอว่า "ทรัพย์สินเงินทองซื้อสุขภาพไม่ได้ สุขภาพที่ดีขึ้นอยู่กับการรู้จักปฏิบัติตัวของท่านเอง" แม้ในปัจจุบันนี้ จะเป็นโลกของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ล้ำยุค แต่การค้นพบความเร้นลับต่างๆ ในธรรมชาติ ได้กลับกลายมาเป็นข้อพิสูจน์ยืนยันให้แก่หลักเกณฑ์ของการกินเจที่มีมานานนับเป็นพันๆ ปี ได้อย่างเหมาะสมคล้องจองจนแทบไม่น่าเชื่อ ฉะนั้น เราควรหันมาศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า "คนกินเจ" เขามีหลักปฏิบัติอันสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาลอย่างไร

หลักในการปรุง และรับประทานอาหารเจที่ถูกต้อง

ชาวต่างประเทศจำนวนมากที่เดินทางไปประเทศจีน มักจะพากันแปลกประหลาดใจ เมื่อได้พบเห็นภัตตาคาร ซึ่งบริการ "ปรุงอาหารตามใบสั่งแพทย์" มูลเหตุที่สร้างความฉงนสงสัยให้แก่บรรดาผู้มาเยือน ก็เนื่องด้วยทางภัตตาคารจะบริการอาหาร ให้แต่เฉพาะผู้ที่มี "ใบสั่งอาหารของแพทย์" เท่านั้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่เคยทราบเลยว่า ลูกค้าที่เข้าไปในภัตตาคารดังกล่าว เป็นคนไข้ที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์และอยู่ในระหว่าง "การบำบัดโรคด้วยอาหารตามหลักเวชศาสตร์โบราณ" ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่แตกต่างไปจากการรักษาโรคโดยให้ผู้ป่วย "กินยา ตามใบสั่ง" ซึ่งเป็นวิธีที่แพทย์แผนปัจจุบันชาวตะวันตกนิยมปฏิบัติ แต่ในหมู่ชนชาวจีนมีคำกล่าวว่า "อาหารและยามาจากแหล่งเดียวกัน" คำพูดนี้ได้บ่งชี้ว่า อาหารก็คือยานั่นเอง 

          หลักการแพทย์ของจีนมุ่งเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้ร่ายกายเจ็บป่วย โดยวิธีดูแลรักษาสุขภาพให้ดี ไม่ใช่เพียงแต่บำบัดอาการเมื่อเกิดเจ็บป่วยขึ้นแล้วเท่านั้น แพทย์จีนกล่าวว่า "หัวใจของการมีสุขภาพที่ดี คือ การกินที่ถูกต้อง เพราะอาหารที่คนเรารับประทานเข้าไปแต่ละวัน มีผลต่อร่างกายและจิตใจอย่างมาก" "อาหารเจ" เป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใด นำมาจากสัตว์ทุกประเภท และที่สำคัญอาหารเจ งดเว้นการปรุงการเสพพืชผักฉุน 5 ประเภทอันได้แก่ 

  • 1 กระเทียม (หมายรวมไปถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียม) 
  • 2 หัวหอม (หมายรวมไปถึง ต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่) 
  • 3 หลักเกียว (คือกระเทียมโทนจีน ลักษณะคล้ายหัวกระเทียม แต่มีขนาดเล็กและยาว กว่า ในประเทศไทยไม่พบว่าปลูกแพร่หลาย) 
  • 4 กุ้ยฉ่าย (ใบคล้ายใบหอม แต่แบนและเล็กกว่า) 
  • 5 ใบยาสูบ (บุหรี่ ยาเส้น ของเสพติดมึนเมา) 

          ผักดังกล่าวเหล่านี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง นอกจากนี้ยังมีพิษที่ทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นมูลเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ สำหรับผู้ปฏิบัติสมาธิฝึกจิต ไม่ควรรับประทานเป็นอย่างยิ่ง เพราะผักดังกล่าวมีฤทธิ์กระตุ้นจิตใจอารมณ์ให้เร่าร้อนใจคอหงุดหงิดง่าย และยังมีผลทำให้พลังธาตุในกายรวมตัวกันได้ยาก เพราะฉะนั้น โดยหลักเกณฑ์ที่มีมาแต่ครั้งบรรพกาลกล่าวได้ว่า "อาหารเจ" หรือ "อาหารของคนกินเจ" จึงเป็นอาหารที่ปรุงและรับประทานตามหลักเวชศาสตร์และเภสัชศาสตร์โบราณของจีนนั่นเอง 

          ปัญหาที่มีผู้ถามกันมาก คือ กระเทียม ซึ่งทางการแพทย์และเภสัชค้นพบว่า มีสารที่สามารถละลายไขมันในเส้นโลหิต (คลอเลสเตอรอล) จึงใช้รับประทานเป็นยาได้ เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเส้นเลือดโลหิตเลี้ยงหัวใจตีบหรืออุดตัน เป็นต้น ในเรื่องนี้เป็นความจริงทีเดียว แม้ทางการแพทย์แผนโบราณของจีนก็ยืนยันตรงกันว่ากระเทียมเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้ "แม้ว่ากระเทียมจะเป็นยาดี แต่เนื่องจากมีความระคายเคืองสูง ผู้ที่เป็นโรคกะเพาะหรือกะเพาะอาหารเป็นแผลและโรคตับอย่ากินมาก" (จากหนังสือ อาหารเป็นยาได้ เล่ม 2 โดย วีรชัย มาศฉมาดล) แต่ในกรณีของคนปกติทั่วๆ ไปที่ร่างกายไม่ได้ป่วยเป็นโรคใดๆ เลย ทำไมจึงต้องรับประทานยาเข้าไปทุกๆ วัน ฉะนั้นจึงเข้าทำนองเดียววักนับ คนที่ไม่ได้ป่วยเป็นไข้หวัด แต่ก็ยังคงกินยาแก้หวัดเข้าไปเป็นประจำทุกๆ วัน ผลก็คือ แทนที่จะเป็นผลดีกลับกลายเป็นผลร้าย ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกายเสียอีก

          ขอยกตัวอย่างในกรณีของผักฉุนอีกชนิดหนึ่งที่คนกินเจไม่รับประทานได้แก่ หอมแดง ซึ่งกล่าวไว้ในตำราสมุนไพรที่นักเภสัชศาสตร์ปัจจุบัน พบว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาโรคโดยวิธี "นำหอมแดงหัวสดๆ หนัก 15-30 กรัม มาต้นแล้วดื่ม จะช่วยขับพยาธิ ขับลม แก้ท้องอืดแน่น ปวดประจำเดือน และอาการบวมน้ำ" แต่ในท้ายก็ได้ระบุพิษร้ายของมันไว้ด้วยว่า "ในกรณีที่บริโภคอยู่เป็นประจำหรือกินมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการหลงลืมง่าย ประสาทเสีย มีกลิ่นตัว ฟันเสีย เลือดน้อย และนัยน์ตาฝ้ามัว" (จากหนังสือ พืชสมุนไพรใช้เป็นยา เล่ม 8 โดย ภูมิพิชญ์ สุชาวรรณ) เพราะฉะนั้น เราจึงควรศึกษาให้ถี่ถ้วนลึกซึ้งถึงคุณและโทษของผักฉุนทั้ง 5 ให้รอบคอบเสียก่อน ไม่เป็นการฉลาดเลยที่จะรับประทานสิ่งใดก็ตาม โดยมองเห็นแต่ด้านดี จนไม่ใส่ใจในโทษของมันบ้างเลย ผักฉุนทั้ง 5 ชนิด ที่คนกินเจไม่บริโภค 1 กระเทียม (GARLIC) 2 หัวหอม (ONION) 3 หลักเกียว (หัวกระเทียมโทนของจีน) ไม่พบว่ามีการปลูกแพร่หลายในประเทศไทย) กุ้ยฉ่าย (CHINESE CHIVE) 5 ใบยาสูบ (TOBACCO) 

          ถั่วทั้ง 5 สี ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย 

  • 1 ถั่วแดง (RED BEANS) 
  • 2 ถั่วดำ (BLACK BEANS)  
  • 3 ถั่วเหลือง (SOY BEANS)  
  • 4 ถั่วเขียว (GREEN BEANS)  
  • 5 ถั่วขาว (WHITE BEANS)

          "อาหารมังสวิรัติ" แตกต่างจาก "อาหารเจ" อย่างไร? อาหารมังสวิรัติ หมายถึง อาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ทุกประเภท แต่ยังคงใช้ผักทุกประเภทมาปรุงอาหารรับประทาน ในส่วนของ "อาหารเจ" เป็นอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ทุกประเภทเช่นกัน แต่อาหารเจจะไม่ใช้ผักฉุนทั้ง 5 ประเภท มาปรุงลงในอาหารโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติอยู่แล้ว หากจะทดลองปรุงและรับประทานอาหารเจดูบ้าง ก็เพียงแต่ไม่บริโภคผักฉุนทั้ง 5 ประเภทก็เรียกว่าเป็น "อาหารเจ" และ "กินเจ" ได้แล้วนั่นเอง

ข้อควรปฏิบัติในการรับประทานอาหารเจ

1. พืชผักและผลไม้ เป็นของคู่กันเสมอ นอกจากผักสดๆ ที่นำมาปรุงเป็นอาหารแล้ว คนกินเจจำเป็นต้องรับประทานผลไม้สดๆ หลังอาหารทุกมื้ออย่างสม่ำเสมอ การเลือกซื้อผักผลไม้เพื่อนำมาปรุง และการบริโภคในแต่ละวันควรจัดให้ได้ครบตามสีของธาตุทั้ง 5 ดังนี้

1. สีแดง (แดงส้ม, แสด, ชมพู) สัญลักษณ์ ธาตุไฟ 
2. สีดำ (น้ำเงิน, ม่วง) สัญลักษณ์ ธาตุน้ำ 
3. สีเหลือง (เหลืองแก่, เหลืองอ่อน) สัญลักษณ์ ธาตุดิน 
4. สีเขียว (เขียวเข้ม, เขียวอ่อน) สัญลักษณ์ ธาตุไม้ 
5. สีขาว (ขาวนวล, ขาวสะอาด) สัญลักษณ์ ธาตุโลหะ

ตารางผัก, ผลไม้ แบ่งตามทั้ง 5 หมู่สี ผัก ผลไม้

แดง มะเขือเทศ, พริกสุก, หัวแครอท ฯลฯ มะละกอ, ส้ม, แตงโม ฯลฯ
ดำ มะเขือม่วง, เผือก, เห็ดหูหนู ฯลฯ ละมุด, ลูกหว้า, องุ่น ฯลฯ
เหลือง ฟักทอง, ข้าวโพด, พริกเหลือง ฯลฯ มะม่วง, กล้วย, ทุเรียน ฯลฯ
เขียว ผักคะน้า, ถั่วฝักยาว, ผักบุ้ง ฯลฯ ฝรั่ง, ชมภู่, มะเฟื่อง ฯลฯ
ขาว หัวผักกาดขาว, ผักกาดขาว, กระหล่ำดอก  มะพร้าว, น้อยหน่า ฯลฯ

ผักผลไม้ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือเป็นประเภทยาก เช่น พวกผักผลไม้เมืองหนาว ควรยึดหลักราคาถูก ประหยัด แต่มีคุณประโยชน์สูง จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่รู้จักฉลาดกิน ฉลาดใช้ ประหยัดยอด ประโยชน์เยี่ยม

          ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยผักผลไม้หลายหลาก ตลอดปีเราสามารถหามาบริโภคได้ไม่ขาดแคลน จึงควรเลือกซื้อมาปรุงและบริโภคให้ครบทั้ง 5 สี โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมาบริโภคในแต่ละวันโดยไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกทานเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ตนชอบ โดยไม่คำนึงถึงคุณประโยชน์หลายๆ ท่านเลือกรับประทานผักผลไม้เฉพาะอย่างเพื่อความอร่อยเท่านั้น เป็นการรับประทานอาหารเจที่ยังไม่ถูกหลัก

          2. เมล็ดธัญพืช นอกจากผักผลไม้ที่ต้องรับประทานให้ครบทุกสีเป็นประจำแล้ว เมล็ดธัญพืชได้แก่ ถั่ว ถั่วแปลกแข็งทุกประเภท พืชที่เป็นหัวในดิน เช่น เผือก มัน กลอย มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยเฉพาะเมล็ดถั่วมีสารอาหารครบทุกหมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต คือแป้งและน้ำตาล โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่หลายชนิด คนที่กินเจควรรับประทานถั่วทั้ง 5 สีเป็นประจำ ได้แก่ ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่งเหลือง ถั่วเขียว ถั่วขาว

          ถั่วทั้ง 5 สีนี้ ราคาไม่แพงมีอยู่แพร่หลาย บางทีก็ทำเป็นของหวานต่างๆ เช่น ถั่วดำบวช ถั่วแดงต้มน้ำตาล ถั่วเหลืองน้ำกะทิ (เต้าส่วน) ถั่วเขียวต้มน้ำตาลกรวด ถั่วลิสงอบ หรือเคลือบน้ำตาล ลูกเดือยบวช ถั่วขาวกวน ฯลฯ สำหรับถั่วขาวไม่ค่อยจะมีการปลูกแพร่หลายในประเทศไทย แต่ก็สามารถรับประทานถั่วลิสงซึ่งให้ประโยชน์ทดแทนกันได้

ทุกคนควรรับประทานถั่วดังกล่าวหมุนเวียนไปให้คบทุกสีจะทำให้ร่างกาย ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และช่วยเสริมให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทำงานได้ดียิ่งขึ้น

          เนื้อเมล็ดในของพืชผัก อันได้แก่ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม มันฮ่อ นับเป็นของขบเคี้ยวที่คนกินเจรู้จักดี เนื้อในของเมล็ดพืชดังกล่าว เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมายหลายชนิด ซึ่งทรงคุณค่าทางโภชนาการอย่างยิ่ง

ถั่วทั้ง 5 สีที่ให้คุณประโยชน์ต่ออวัยวะหลักภายใน
1. ถั่วแดง (RED BEANS) ให้คุณต่อหัวใจ 
2. ถั่วดำ (BLACK BEANS) ให้คุณต่อไต 
3. ถั่วเหลือง (SOY BEANS) ให้คุณต่อม้าม 
4. ถั่วเขียว (GREEN BEANS) ให้คุณต่อตับ  
5. ถั่วขาว (WHITE BEANS) ให้คุณต่อปอด

          ธาตุทั้ง 5 สี ถั่วแต่ละสี บำรุงอวัยวะ ธาตุไฟ ธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุไม้ ธาตุโลหะ แดง ดำ เหลือง เขียว ขาว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วขาว หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด

          3. การได้รับประทานสาหร่ายทะเลทั้งสดและแห้งพร้อมทั้งใช้เกลือทะเลมาปรุงลงในอาหาร ทั้ง 2 อย่างนี้มีไอโอดีน ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคคอพอกได้เป็นอย่างดี

          4. งาขาวและงาดำ ในอาหารและขนมคนกินเจควรใช้งาปรุงผสมด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงาขาวหรืองาดำ เพราะในเมล็ดงามีกรดไขมันไลโนเลอิค (LINOLEIC ACID) ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายมากแต่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

          สำหรับผู้ทำอาหารเจรับประทานเอง ให้นำงาขาวมาล้างเอาผงฝุ่นออกจนสะอาดดี ตักใส่ตะแกรงทิ้งไว้ให้หมาดแล้วใช้ไฟอ่อนๆ คั่วในกระทะจนสุกเหลืองพอเย็นจึงนำมาโขลกหรือ ปั่นให้แตกด้วยเครื่อง จะทำให้ได้ประโยชน์จากน้ำมันที่อยู่ในเมล็ดดียิ่งขึ้น งานที่บดแล้วจะมีกลิ่นหอมสามารถนำใช้ปรุงอาหาร และขนมได้ทุกประเภท ทำให้มีรสดี หอมน่ารับประทาน โดยปกติผู้ที่กินเจควรรับประทานงานในปริมาณวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ก็นับว่าเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย 

          5. ผู้ที่กินเจ ไม่ควรรับประทานรสจัดเกินไป เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด ขมจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด รสชาติที่จัดมากๆ จะส่งผลไปถึงอวัยวะหลักดังนี้

  • รสขม ส่งผลต่อ หัวใจ 
  • รสเค็ม ส่งผลต่อ ไต 
  • รสหวาน ส่งผลต่อ ม้าม 
  • รสเปรี้ยว ส่งผลต่อ ตับ 
  • รสเผ็ด ส่งผลต่อ ปอด

          6. หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง เครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ควรหันมารับประทานอาหารสดที่ปรุงใหม่ๆ จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 

          7. เครื่องดื่ม คนกินเจควรดื่มน้ำผลไม้สดๆ ตามธรรมชาติ เช่น น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก น้ำมะตูม ฯลฯ    น้ำผลไม้ดังกล่าวจะทำให้ร่างกายและผิวพรรณสดชื่นเปล่งปลั่ง เราควรงดน้ำหวานที่ปรุงแต่งรสและเจือสีสังเคราะห์ เพื่อหลีกเลี่ยงพิษภัยจากสิ่งปลอมปน

          นอกจากการดื่มน้ำผลไม้สดๆ แล้ว ทุกคนต้องดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้ว เป็นประจำ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นหลักความรู้ในการปรุงและบริโภคอาหารเจ ซึ่งคนกินเจต้องยึดถือปฏิบัติ เพื่อให้ได้มาซึ่งพลานามัยที่สุขสมบูรณ์พร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ให้คะแนนเรื่องนี้
          
Recent Menu ...
ส้มคัมควอท ทานทั้งเปลือก รสอร่อย เปรี้ยวอมหวาน
อ่านต่อ
คำแนะนำน่าสนใจจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคที่ว่ากันด้วยเรื่องการดูฉลาก"บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป"
อ่านต่อ
หลากเคล็ดลับเมนูไข่
อ่านต่อ
รู้จักน้ำมันพืชกันค่ะ
อ่านต่อ
ความคิดเห็นที่ : 1
 
 

เมย์
Like : 0
อยากทราบว่า กินมังสวิรัติ กินไข่กับนมได้หรือเปล่าค่ะ ใครรู้ช้วยบอกด้วยนะค่ะขอบคุณมากค่ะ
  เมื่อ : 04 June 2007  19:43:21  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 2
 
 

กุ้ง
Like : 0
มังสวิรัตกินไข่กับนมได้ค่ะ แต่ถ้ากิน เจกินไม่ได้ค่ะ
  เมื่อ : 03 July 2007  14:04:21  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 3
 
 

ปอ
Like : 0
อยากทราบว่ามีเมนูอาหารเจเป็นภาษาอังกฤษบ้างไหมค่ะ
  เมื่อ : 03 July 2007  15:09:59  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 4
 
 

แนน
Like : 0
อยากทราบว่ามีเมนูอาหารเจเป็นภาษาอังกฤษบ้างไหมค่ะ
  เมื่อ : 03 July 2007  15:10:52  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 5
 
 

นันทรัตน์ พจนศิลป
Like : 0
อ่านแล้วได้ความรู้มากเลย เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ารสขมก็มีผลต่อสุขภาพ ที่ผ่านมาจะทานผักที่มีรสขมเชื่อว่าจะทำให้
สุขภาพดี ไม่เป็นไข้ เพราะเชื่อคำโบราณที่ว่าหวานเป็นลมขมเป็นยา ขอบคุณจริง ๆ
  เมื่อ : 04 July 2007  16:24:12  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 6
 
 

พอรู้เรื่องบ้าง
Like : 0
ที่ทราบมาสามารถรับประทานได้ครับ เพราะกลุ่มมังสวิรัติแบ่งออกเป็น 8 ประเภทหลักมีหลายกลุ่มแต่มีกลุ่มหนึ่งสามารถรับประทานนมและไข่ได้ครับที่แน่นอนsearchหาข้อมูลอาหารมังสวิรัติได้ชัวๆกว่าครับ
  เมื่อ : 31 July 2007  14:40:03  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 7
 
 

แอน
Like : 0
ว้าว.. น่าสนใจจังเลยค่ะ ได้ความรู้ใหม่ๆ เยอะเลย .. ปกติก็กินเจทุกวันพระค่ะ ^^
  เมื่อ : 25 August 2007  18:05:40  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 8
 
 

เน๊ะจัง
Like : 0
กิจเจดีมีประโยชน์มากๆเลยนะคะอย่างเช่น1เพื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง 2เพื่อตัดเจ้ากรรมนายเวรไม่สร้างกรรมเพิ่ม 3เพื่อสร้างจิตเมตตาสงสารให้บังเกิด
  เมื่อ : 27 August 2007  08:22:50  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 9
 
 

ลิ้นจี่
Like : 0
มากินเจกันดีกว่าดีจริงๆนะ
  เมื่อ : 30 August 2007  17:21:20  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 10
 
 

หมี
Like : 0
การกินเจเป็นเวลานานๆ คือประมาณ 1 เดือน ติดต่อกันจะมีอันตรายต่อระบบร่างกายหรไม่
  เมื่อ : 24 September 2007  13:01:15  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 11
 
 

ไม่บอกคร้า...
Like : 0
ว่าจะกินเจอยู่พอดีเลย เพิ่งเริ่มต้นด้วย ยังไม่ค่อยรู้รายละเอียด ขอบคุณมากนะคะที่เขียนมาฝาก
  เมื่อ : 26 December 2007  20:18:30  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 12
 
 

พระมหายาน
Like : 0
www.BuddhaMahayan.com http://www.BuddhaMahayan.com
  เมื่อ : 03 May 2008  12:38:47  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 14
 
 

แวะมาเยี่ยม
Like : 0
อาหารสะอาด รสชาติอร่อย เมนูเพื่อสุขภาพ เป็นไปไดสู่การกินเจได้ครับ เพื่อสุขภาพจริงๆ...ที่ www.spafoods-slimbo.com
  เมื่อ : 05 May 2008  19:06:45  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 15
 
 

พิม
Like : 0
กินมังสวิรัติเหมือนกันค่ะ ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์ รู้สึกตัวเบามากเลย หน้าตาผิวพรรณก็ผ่องใสขึ้นมากเลยค่ะ มากินมังสวิรัติด้วยกันนะคะ (ปล. น้ำหนักก็ลดด้วยประมาณ 1 กก.ค่ะ)
  เมื่อ : 09 July 2008  09:46:33  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 16
 
 

คนขี้เมา
Like : 0
กินเจมาได้3ปีแล้วแต่ทุกวันพระจะกินมังสาวิรัต เวลากินก็รู้สึกดี และจะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เข้ามาอ่านได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น ขอบคูณนะค๊ะ
  เมื่อ : 25 September 2008  18:35:18  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 17
 
 

,k
Like : 0
  เมื่อ : 27 September 2008  19:24:15  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 18
 
 

nit
Like : 0

เราต้องทำได้
  เมื่อ : 27 September 2008  19:25:59  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 19
 
 

ja
Like : 0
ช่วงกินเจ ....กินกาแฟได้หรือป่าวค่ะ ใครรู้ช่วยตอบด้วยค่ะ
  เมื่อ : 28 September 2008  19:46:34  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 20
 
 

แพท
Like : 0
กินเจแล้วยังจาดื่มกาแฟ ได้ป่าวอ่ะคะ งง มากมาย
  เมื่อ : 29 September 2008  18:16:22  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 22
 
 

ฟ้าประทาน
Like : 0
ทานกาแฟได้ค่ะ เจแน่นอน แต่ต้องเป็นกาแฟที่ไม่ใส่นมใส่คอฟฟี่เมตนะ ใส่แค่กาแฟกะน้ำตาลก้อพอ
  เมื่อ : 01 October 2008  11:26:54  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 23
 
 

มีนารินทร์
Like : 0
ทานเจ.....
แล้วรู้สึกดียังไงบอกไม่ถูกค่ะ
แต่...อยากรู้ว่าขนมคบเขี้ยวทานได้รึป่าวคะ
เช่นเทสโต รสบาร์บีคิว ไปอ่านมาที่ส่วนผสมรู้สึกว่าใช้แค่สารแต่งกลิ่นบาร์บีคิวเท่านั้น
แล้วอย่างนี้ทานได้รึป่าวคะ
ใครทราบช่วยตอบให้หน่อย เพราะอยากได้ความรู้คะ
malin_main1@hotmail.com
  เมื่อ : 04 October 2008  17:50:51  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 24
 
 

nun and pam
Like : 0
หนูอยากรู้ว่าพระไม่เจ็บหล่อ ถ้าเจ็บแล้วจะทำ ทำไหม หนูอยากรู้ว่าพระไม่เจ็บหล่อถ้าเจ็บแล้วจะ.........
  เมื่อ : 20 October 2008  01:18:08  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 25
 
 

moeng
Like : 0
ทานเจดีต่อสุขภาพกายอีกทั้งยังเป็นการสะสมบุญอีกด้วยคะรู้งี้แล้วรีบมาทานเจกันเถอะค่ะ
  เมื่อ : 11 January 2009  02:48:44  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 26
 
 

Ni
Like : 0
อยากทราบว่าทานเจนี้ใส่ซอสหอยนางรมณ์ได้หรือป่าวค่ะ เพราะคิดว่าไม่น่าได้ แต่เคยคุยกับเพื่อนที่ทางเจ ช่วงเทศกาลนะค่ะ เค้าเถียงว่าทานได้ เลยอยากทราบว่าได้หรือป่าว
ขอบคุณค่ะ
  เมื่อ : 16 January 2009  07:59:17  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 27
 
 

ปุ๋ม
Like : 0
ทานเจห้ามกินซอส หอยนางรมจ้า คุณคนที่ 26
เพราะว่ามันทำมาจาก หอย ซึ่งหอยก็คือสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่ง
  เมื่อ : 02 February 2009  19:06:06  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 28
 
 

Cleavage
Like : 0
คือจริงๆแล้ว มันมีประวัติว่า
ในขณะที่เจ้าแม่กวนอิมนั้นเดินทางพร้อมบริวาร เป็นช่วงที่ค่อนข้างอดอยาก หอยนางรมได้สละตัวเองให้เจ้าแม่กวนอิมและบริวารกินได้ ดังนั้นทั้งหมดเลยรับประทานหอยนางรมซึ่งจริงๆแล้วก็ถือว่าหอยนางรมเป็นสัตว์ไม่มีเลือดด้วยคะ

แต่เค้าก็ไม่ให้ทานอยู่ดีคะ เพราะถือให้ผู้ที่ทานอาหารเจตลอดชีวิตเท่านั้นที่สามารถรับประทานได้ แต่ถ้าเป็นแบบเราๆนั้นทานไม่ได้นะคะ^^
  เมื่อ : 09 March 2009  23:07:13  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 29
 
 

ซัน
Like : 0
ยินดีครับ :b
  เมื่อ : 28 March 2009  17:32:50  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 30
 
 

นางสาวเบญจมศ ปินตา
Like : 0
กินเจดีมากๆ อย่างน้อยก็ไม่ได้เบียดเบียนใครๆ
  เมื่อ : 31 March 2009  18:22:00  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 31
 
 

wut_kancha
Like : 0
ไม่ได้กินเจครับ แต่กินมังสสวิรัติ เพิ่งกินด้วยได้ 5 วัน มีความรู้สึกดีนะที่ไม่ต้องกินเนื้อสัตว์
  เมื่อ : 05 April 2009  20:24:02  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 32
 
 

พรีม
Like : 0
สุขภาพก็ดีได้บุญด้วยค่ะ
  เมื่อ : 01 May 2009  14:47:13  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 33
 
 

คนทานเจ
Like : 0
“อาม่า อาหารเจ” ร้านตั้งอยู่ที่ ข้างธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา พระราม 3 เปิดขายทุกวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 06:00โมง ถึง 09:00โมงเช้า เน้นคุณภาพ ปริมาณ และ ความสะอาด ทุกขั้นตอน ปรุง และ ทำกันเองในครอบครัว รับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ และ กล่อง ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป

ถ้าคุณต้องการ อาหารเจ จัดเลี้ยง เน้นคุณภาพ รสชาติ ความอร่อย สะอาด
ทางเรา “อาม่า อาหารเจ” ยินดีให้บริการท่าน

เรามีอาหารพิเศษแนะนำมากมาย อาทิเช่น ต้มผักกาดดองมะระ (เมนูยอดนิยม), หมี่ผัดเจ, ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ, ขนมจีนน้ำยาเจ, เต้าหู้พะโล้ และ อื่น ๆ

สนใจติดต่อ คุณหม่วย โทร. 089-693-8074 หรือ คุณเอ๋ โทร 085-100-7132

*** ค่าขนส่ง ขึ้นอยู่กับระยะทาง***

  เมื่อ : 27 May 2009  12:59:47  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 34
 
 

นุขรี
Like : 0
การกินเจเป็นสิ่งที่ดี
  เมื่อ : 13 July 2009  08:58:43  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 35
 
 

ออ้ย
Like : 0
ออ้ยขี่ร้อง
  เมื่อ : 19 August 2009  14:50:49  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 36
 
 

ออ้ยขี่ร้อง
Like : 0
ออ้ยขี่ร้อง
  เมื่อ : 19 August 2009  14:51:18  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 37
 
 

ปัศ
Like : 0
อาหารเจก็อร่อยไปอีกแบบนะค่ะ
  เมื่อ : 01 September 2009  15:45:00  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 38
 
 

ด้า
Like : 0
กินเจดีนะคะ กินทุกปีเลย รู้สึกดีมากอยากให้ทุกคนหันมากินเจกัน กินเฉพาะวันพระหรือวันเกิดก็ได้นะคะ
  เมื่อ : 17 September 2009  12:15:42  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 39
 
 

สาวอยากชิม
Like : 0
อยากกินเจคะ แต่ไม่เคยกินเลยจะต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
  เมื่อ : 24 September 2009  10:03:04  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 40
 
 

เอมมี่
Like : 0
กินเจดีต่อสุขภาพและจิตใจ เมื่อร่างกายแจ่มใสบริสุทธิ์ก็ส่งผลต่อจิตใจแถมได้กุศลด้วย
  เมื่อ : 02 October 2009  15:29:50  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 41
 
 

วชิ
Like : 0
ช่วยบอกที..กินเจกินกาแฟได้หรือไม่
  เมื่อ : 12 October 2009  21:49:42  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 43
 
 

ดวงเดือน ศรีสงคราม
Like : 0
กินเจจะกินน้ำผึ้งได้หรือไม่
  เมื่อ : 16 October 2009  11:15:12  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 44
 
 

พีรยบ
Like : 0
  เมื่อ : 16 October 2009  15:40:58  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 46
 
 

watsawangarom
Like : 0
เชิญร่วมเทศกาลถือศีลกินเจ ได้ที่โรงเจวัดสว่างอารมณ์ ในวันที่ 17-27 นี้ ทางวัดยินดีต้อนรับทุกท่าน
  เมื่อ : 16 October 2009  17:54:15  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 47
 
 

ณิช
Like : 0
กินมา3ปีแล้ว ถ้ารวมปีนี้ด้วยก้อ 4ปี ช่วงแรกเหนื่อยเหมือนกัน ตอนนี้ดีแล้วทำกินเองที่บ้านด้วย เพราะที่อยู่ไม่มีขาย ส่วนมากเป็นผักกับเต้าหู้เป็นหลัก วันไหนว่างเข้าจังหวัดก้อหาซื้อของมาไว้ทำเอง สนุกดี จนมีคนบอกให้ทำขาย เพื่อนที่ทำงานก้อหันมากินด้วยหลายคน แต่ไม่เคร่งจนครบ 10 วันเหมือนเรา
  เมื่อ : 17 October 2009  10:17:47  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 48
 
 

นายก้อนหิน
Like : 0
สาธุ
  เมื่อ : 17 October 2009  18:47:00  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 49
 
 

ครูแจ๋ว
Like : 0
"ลองดูนะคะ แล้วคุณจะรู้ ชีวิตมีค่าที่สุด"
  เมื่อ : 17 October 2009  20:36:05  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 50
 
 

นัท
Like : 0
ผมอายุ26 ปีนี้เพิ่งลองกินเจ ช่วงวันสองวันแรกรู้สึกไม่ค่อยมีแรงแต่พอผ่านวันที่สองมาก็เฉยๆ มันคงเป็นความรู้สึกส่วนตัว จากที่เรากินเนื้อสัตว์ ก็ขอให้ทุกท่านที่ ถือศีลกินเจ อุดมไปด้วยบุญบารมีทั้งชาตินี้และชาติหน้าด้วยนะครับ
  เมื่อ : 18 October 2009  00:56:05  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 51
 
 

นิด
Like : 0
เพิ่งอายุ 26 เมื่อวันที่ 16 นี้ค่ะ
เริ่มทานอาหารเจวันที่ 17 รู้สึกดีจัง แต่รู้สึกหิว ๆ นะคะ สงสัยต้องปรับนิดนึง เพราะปกติทานอาหารเยอะโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ..
  เมื่อ : 18 October 2009  01:34:22  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 52
 
 

สาง
Like : 0
  เมื่อ : 18 October 2009  11:11:23  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 53
 
 

ตาล
Like : 0
ช่วงนี้เทศกาลกินเจ ขอเรียนถามท่านว่า รับประทานผลไม้ จิ้มกับน้ำตาลพริกเกลือ ได้ไหมคะ
  เมื่อ : 18 October 2009  15:03:45  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 54
 
 

นิว
Like : 0
อยากกิน
  เมื่อ : 18 October 2009  16:01:25  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 55
 
 

ฉัตร
Like : 0
ดี ได้บุญ ได้สุขภาพ
  เมื่อ : 19 October 2009  17:24:57  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 56
 
 

sai
Like : 0
ช่วงกินเจ ดื่มกาแฟ 3 in 1 ได้หรือเปล่าค่ะ
  เมื่อ : 20 October 2009  16:02:33  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 57
 
 

sai
Like : 0
ช่วงกินเจ ดื่มกาแฟ 3 in 1 ได้หรือเปล่าค่ะ
  เมื่อ : 20 October 2009  16:02:51  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 58
 
 

ไผ่
Like : 0
การกินเจเป็นเรื่องดีมากเลย.....
มีประโยชน์ด้วย
  เมื่อ : 21 October 2009  09:02:31  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 59
 
 

ถือศีลกินเจ
Like : 0
ช่วงกินเจนี้ผู้ที่อยากดื่มกาแฟควรเปลี่ยนจากคอฟฟี่เมตธรรมดาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากถั่วเหลือง (หาซื้อได้ที่ร้านอาหารเจทั่วไปค่ะ) เนื่องจากในคอฟฟี่เมตธรรมดาทำมาจากนมผงค่ะ หรือถ้าไม่ชอบคอฟฟี่เมตก็ดื่มกาแฟดำได้ค่ะ
  เมื่อ : 22 October 2009  09:12:35  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 60
 
 

ni Ja
Like : 0
เพิ่งจะเริ่มกินปีนี้ปีแรก

แต่ก้อโดนบางคนว่ากินเพื่ออะไร
กินทำไม ในเมื่อจิตใจเราไม่ดีอ่ะ

ก้ออยากรุ้เหมือนกันแหละว่าเค้ารุ้ได้ไงว่าจิตใจเราไม่ดี เรากินเพื่อละเว้นต่อการเบียดเบียน
แล้วอีกอย่างคือกินแล้วเรารู้สึกดีอ่ะ ถึงจะเพิ่งกินแบบจิงจังก้อเถอะ

เพราะฉะนั้นเราก็จะทำแบบนี้อีกทุกปีเลย

ใครที่ได้อ่านของเราแล้วก้อช่วยบอกหน่อยนะคะว่า
ทำแบบเราแล้วจะดีไหม

nantaro_125@hotmail.com
  เมื่อ : 27 October 2009  02:10:53  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 61
 
 

กบ
Like : 0
ว่าจะกินเจสักเดือน แต่ไม่มีความรู้เรื่องเจเลยรู้แต่ว่าไม่กินเนื้อสัตว์ แต่อย่างอื่นไม่รู้ ใครมีประสบการณ์เรื่องเจจะแนะนำก็ได้เลยนะ paseecha123@hotmail.com
  เมื่อ : 09 March 2010  18:16:27  ลบความคิดเห็น
 
ความคิดเห็นที่ : 62
 
 

จัย
Like : 0
เคยลองทาน
แต่สมองมันงง คิดอะไรไม่ทัน
ไม่รู้คนอื่นเป็นเปล่า
  เมื่อ : 18 March 2010  17:11:20  ลบความคิดเห็น
 
คุณยังไม่ได้ทำการ Login ค่ะ

หากคุณยังไม่ได้สมัครสมาชิก คลิ๊กที่นี่ เพื่อสมัครได้ค่ะ
Member Login
Username
Password
  จำข้อมูลของฉันไว้
ไม่แนะนำสำหรับผู้ใช้เครื่องสาธารณะ
  หากคุณจำรหัสผ่านไม่ได้ คลิ๊กที่นี่
สตรอเบอร์รี่อบแห้ง ดอยคำ อร่อยเบาๆ ทานเล่นก็ดี
View : 1309
Date : 06 Sep 2012
เม้าเท่นดิว MTN DEW Voltage รสราสเบอร์รี่
View : 1048
Date : 21 Aug 2012
น้ำตาลสำหรับคนชอบชง หวานแบบพอดีๆง่ายๆค่ะ
View : 1050
Date : 16 Aug 2012
รีวิว ร้านอาหาร The Anna Restaurant
View : 1540
Date : 06 Jul 2012
Blue Ocean Sushi ซูชิสไตล์ฟิวชั่น
View : 1680
Date : 22 Jun 2012
 
 
เทศกาลอาหารหม้อดินเผา
ปาร์ตี้สไตล์เม็กซิกัน
“ ข้าวซอย ” โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ
พานีนี่ ต้นตำรับความอร่อยจากกรอซซี่
“โดลเช่ ลาเต้” (Dolce Latte)
 
   
 
หากท่านใดสนใจฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ติดต่อเข้ามาได้ที่
horapaclub@yahoo.com
 
เมนูอาหารคาว
อาหารญี่ปุ่น
อาหารนานาชาติ
อาหารไทย
อาหารเกาหลี
อาหารจีน
อาหารเด็ก
พาสต้า
ติ่มซำ
เมนูของหวานและเครื่องดื่ม
เบเกอรี่
เครื่องดื่ม
ขนมไทย
ไอศกรีม
ของว่าง
สาระอาหาร
Food Tips
อาหารสุขภาพ
สมุนไพร/เครื่องเทศ/ผัก/ผลไม้
เมนูอาหารภาษาอังกฤษ
ร้านอาหาร
ตามหาร้านอร่อย
ร้านอาหารออนไลน์

Communities
เว็บบอร์ด
โหระพา Blog
ตลาดซื้อ-ขาย
Copyright © 2006-2012 Horapa.com. All right reserved.   l   Term of Service   l   Privacy Policy