กานพลู - โหระพาดอทคอม แหล่งรวบรวมเมนูอาหารไว้มากมาย
   
 
Home >> สมุนไพร/เครื่องเทศ >> กานพลู
กานพลู
February 26, 2006 14,018 View Author : Horapa Rate :

ชื่อท้องถิ่น ดอกจันทน์ จันจี่ (ภาคเหนือ)

ลักษณะทางพฤษศาสตร์
กานพลูเป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่ม มีกิ่งก้านสาขามาก ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวออกตรงกันข้ามเรียงกัน ใบมีลักษณะเป็นมันหนา มีรูปร่างคล้ายหอกแหลม ใบอ่อนมีสีชมพูแดง ตามใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ส่วนยอดของดอกอยู่ในระดับเดียวกันเหมือนโดนตัด ช่อดอกประกายด้วยดอกย่อยประมาณ 10 ดอก กลีบดอกมี 4 กลีบ ดอกเมื่อแก่มีสีแดงเข้ม ลักษณะคล้ายตะปู ดอกมี่นิยมเก็บมาเป็นเครื่องเทศและมีคุณภาพดีคือช่วงที่ดอกตูมกำลังจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นแดง (ประมาณเดือนมิถุนายน-กุมภาพันธ์) หากเก็บก่อนหรือหลังจากนั้นจะได้กานพลูที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งหลังจากที่เก็บมาแล้วต้องนำไปตากแดดให้แห้งจนกระทั่งดอกตูมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเสียก่อน จึงจะนำมาใช้ได้

ganploo.jpgสรรพคุณ
น้ำมันกานพลูสามารถฆ่าเชื้อโรคได้หลายชนิด เช่น เชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคไทฟอยด์ โรคบิดชนิดไม่มีตัว และช่วยยับยั้งเชื้อราที่ทำให้เป็นโรคกลากและตกขาว
1. น้ำมันกานพลูมีฤทธิ์เป็นยาช่วยระงับอาการปวดฟันและแก้โรครำมะนาด โดยใส่น้ำมันกานพลูในรูฟันที่ปวดหรือเคี้ยวดอกกานพลู 1-2 ดอกช่วยกำจัดกลิ่นปาก
2. แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลมและช่วยย่อยอาหาร โดยใช้ดอกกานพลู 5-8 ดอก บดให้เป็นผงรับประทานสำหรับผู้ใหญ่ และใช้ดอกกานพลู 3 ดอก ทุบให้แตกแช่ในน้ำเดือดสำหรับชงนมประมาณ 750 ซีซี ให้เด็กรับประทาน
3. น้ำมันกานพลูเป็นส่วนผสมของยารักษาโรคต่างๆ เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ยาขับระดู ยาแก้ปวดท้อง
4. กานพลูใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก สบู่ รวมทั้งใช้สังเคราะห์กลิ่นวานิลลา
5. น้ำมันกานพลูใช้ไล่ยุงและช่วยป้องกันกลิ่นหืนของน้ำมันได้

วิธีใช้ในการประกอบอาหาร
ก่อนใช้กานพลูประกอบอาหารควรจะคั่วเสียก่อนเพื่อให้มีกลิ่นหอมและมีรสเผ็ด ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องแกง ซอสมะเขือเทศ ผักดอง ส่วนน้ำมันกานพลูใช้แต่งกลิ่นอาหารกระป๋องและเนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก แฮม ใช้แต่งกลิ่นลูกกวาด ขนมเค้ก หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ นอกจากนี้กานพลูยังเป็นของเคียงในการกินหมากอีกด้วย

วิธีปลูก
กานพลูเป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุยมีการระบายน้ำได้ดี สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี แต่ที่นิยมกันมากที่สุด คือ การเพาะเมล้ด เพราะจะทำให้ได้ผลผลิตยาวนาน ซึ่งหลังจากเก็บเมล็ดจากต้นแล้วต้องรีบปลูกทันทีภายใน 1 สัปดาห์ และควรปลูกในฤดูฝนช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน กานพลูจะเริ่มออกดอกเมื่ออายุประมาณ 4-5 ปี โดยจะเริ่มออกดอกในเดือนสิงหาคมถึงกันยายนและหลังจากนั้นอีก 4 เดือน ดอกจะโตเต็มที่พร้อมที่จะเก็บได้

Tag : ,
            
Related Content ...
 
 
LAST UPDATE   ========================
Review: Sunday Jazz Brunch ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท
Review: Sunday Brunch ห้องอาหาร วูว์ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ
Review: Hong Kong Fisherman Cafe ร้านอาหารสไตล์ฮ่องกง
Review: Burger King Angust XT ( Extra Thick)
เค้กไมโครเวฟ Valentine Chocolate Cake in Microwave
 
FOLLOW ME    =========================
Add เว็บเป็นหน้าแรก
เมนูอาหาร
อาหารนานาชาติ
อาหารไทย
อาหารเด็ก
เมนูภาษาอังกฤษ
ของหวานและเบเกอรี่
ขนมไทย
เบเกอรี่, เครื่องดื่ม
ไอศกรีม, ของว่าง


สาระอาหาร
Food Tips
อาหารสุขภาพ
สมุนไพร/เครื่องเทศ/ผักผลไม้